*** ส่งเสริมกิจกรรม มุ่งมั่น สร้างศรัทธา พัฒนาการเป็นผู้นำ ประชาสัมพันธ์องค์กร แฮนด์ ออนเทคโนโลยี รีไซเคิลโลกร้อน ***                                                                                                                                                                                                                                                                                                                             
 ปฏิทินกิจกรรม


คลิ๊กที่นี่


 นายกไลออนส์สากล


2015-2016 President’s ThemeDignity. Harmony. Humanity.

นโยบายนายกไลออนส์สากล
ปีบริหาร 2015-2016

 

 Lions Link
สโมสรไลออนส์สากล





 กิจกรรม และโครงการต่าง ๆ

 เกี่ยวกับไลออนส์

 ข้อมูลองค์กรไลออนส์

 

ก่อกำเนิดสโมสรไลออนส์ไทย

แรกเริ่ม

ประมาณกลางปี พ.ศ. 2500 ไลออน เอ็ช. ปันโดล ซึ่งเป็นผู้แทนสมาคมสโมสรไลออนส์สากล ประจำภาคเอเชียตะวันตก และสำนักงานประจำอยู่ที่นครบอมเบย์ ประเทศอินเดีย ได้เดินทางเข้ามาประเทศไทยโดยมีจุดมุ่งหมายที่จะมาหาทางดำเนินการก่อตั้งสโมสรไลออนส์ขึ้น ในกรุงเทพมหานครให้ได้ เขามุ่งตรงไปสำนักงานยูซิส ของสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา และได้มีโอกาสพบปะคนไทยคนแรก คือ น.พ.ปันต์ เลาหะพันธ์ ซึ่งทำงานอยู่ที่นั่น ได้ปรึกษาหารือเกี่ยวกับเรื่องของสโมสรไลออนส์สากล ต่อจากนั้น        น.พ.ปันต์ ได้พา ไลออน ปันโดล ไปพบ ม.ล.จิตรสาร ชุมสาย ซึ่งเป็นเพื่อนกัน และทำงานอยู่ที่สายการบินแอร์อินเดียในเวลานั้น ทั้งสามได้สนทนาแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องไลออนส์กันอย่างกว้างขวาง ทั้งยังได้แนะนำให้ไลออน ปันโคล ได้พบปรึกษากับ   ม.จ.อาชวดิศ ดิศกุล, ดร.บุญรอด บัณฑสันท์, คุณตุ๊ วัชราธร และคุณวิชา เศรษฐบุตร ซึ่งหากท่านเห็นด้วยในแนวความคิดนี้ ก็ขอให้ท่านโปรดแนะนำคนอื่นให้อีก ไลออน ปันโคล เป็นผู้ที่มีมานะและความตั้งใจเด็ดเดี่ยวจริงๆ ได้ไปพบท่านเหล่านั้นแต่ละคนด้วยตนเองทั้งสิ้น เพราะแต่ละท่านยังไม่ได้ให้ความสนใจในเรื่องนี้กันเท่าใด ไลออนปันโคล ไม่ละความพยายามได้เดินทางเข้ามาประเทศไทยอีกหลายครั้ง ในปีต่อมาได้เข้าเฝ้าและพบบุคคลผู้กล่าวพระนามและนามดังกล่าวบ่อยครั้ง จนสามารถโน้มน้าวให้เกิดศรัทธาในอุดมการณ์ของไลออนส์สากลได้ ในที่สุดสามารถรวบรวมบุคคลได้ 9 ท่าน คือ ม.จ.อาชวดิศ ดิศกุล, ดร.บุญรอด บัณฑสัณฑ์, คุณอนันต์   จินตกานนท์, คุณสุรเทิน บุนนาค, คุณตุ๊ วัชราธร, คุณฉุน ประภาวิวัฒน์, คุณทวี เนียรกุล, นพ.ปันต์ เลาหะพันธ์ และม.ล.จิตรสาร ชุมสาย ซึ่งได้นัดหมายให้ไปพบปะกันที่วังของ ม.จ.อาชวดิศฯ โดยได้มีการปรึกษาหารือกันอย่างจริงจัง ในที่สุดก็ได้ตกลงยอมรับที่จะร่วมมือก่อตั้งสโมสรไลออนส์ขึ้น

ในระยะแรกของการเตรียมการ ม.จ.อาชวดิศ ดิศกุล ได้ทรงพระกรุณาอนุญาตให้บุคคลกลุ่มนี้ไปประชุมที่ตำหนักของท่านที่ถนนเพชรบุรี ทุกเย็นวันอาทิตย์ให้ช่วยกันแปลธรรมนูญและข้อบังคับของไลออนส์สากลให้เป็นภาษาไทย เพื่อเป็นหลักให้สโมสรไลออนส์อื่นๆ ที่จะเกิดขึ้นได้ในอนาคตยึดถือเป็นแนวทางปฏิบัติต่อไป เมื่อได้ตรวจทบทวนธรรมนูญ และข้อบังคับภาคภาษาไทยจนเป็นที่พอใจแล้ว ก็ตกลงใจกันที่จะดำเนินการก่อตั้งสโมสรไลออนส์ขึ้นเป็นแห่งแรกในประเทศไทยโดยช่วยกันไปชักชวนผู้ที่สนใจและใฝ่ใจในทางประกอบกิจกรรมเพื่อการกุศลให้ได้อย่างน้อย 30 ท่าน มาร่วมเป็นสมาชิกก่อตั้งสโมสรไลออนส์ขึ้น

การก่อตั้งสโมสรไลออนส์แห่งกรุงเทพฯ

หลังจากมีสมาชิก 30 ท่านแล้วได้มีการประชุมกันอีกหลายครั้งที่ปาล์มเรสตัวรองต์หลังโรงแรมเอราวัณ โดยมีไลออนส์ ปันโดล มาร่วมประชุมด้วยเกือบทุกครั้ง ในที่สุดก็รวมสมาชิกก่อตั้งได้ถึง 30 ท่านจริงๆ ได้ให้ความเห็นชอบที่จะตั้งชื่อสโมสรว่า “สโมสรไลออนส์แห่งกรุงเทพฯ” ใช้ชื่อภาษาอังกฤษว่า “Lions Club of Bangkok” โดยมี ดร.บุญรอด บิณฑสัณฑ์ เป็นนายกคนแรก ที่ประชุมยังได้มีมติให้ใช้ภาษาในการประชุมเป็นภาษาอังกฤษอีกด้วย สโมสรไลออนส์สากลแห่งแรกในประเทศไทย เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2502 และจัดให้มีการฉลองบัตรชารเตอร์ขึ้นในวันที่ 24 ตุลาคม 2502 ต่อมาสโมสรไลออนส์แห่งกรุงเทพฯ ได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ ให้รับไว้ในพระบรมราชูปถัมภ์เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2506 นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณและเป็นเกียรติอย่างสูงแก่สโมสรและแก่สมาชิกทุกคนทั้งในอดีตและในปัจจุบัน

การตั้งภาค 310  กิจการไลออนส์ในประเทศไทยได้เจริญก้าวหน้าอย่างเชื่องช้าในระยะ 6-7 ปีแรก เพราะยังเป็นของใหม่ต่อคนไทยอยู่ สโมสรไลออน์แห่งกรุงเทพฯ ยังคงดำเนินการเป็นเอกเทศอยู่สโมสรเดียวในประเทศไทย ไลออนส์สากลได้เสนอให้ไปรวมกับสโมสรไลออนส์ประเทศพม่า แต่ทางสโมสรไลออนส์แห่งกรุงเพทฯ ได้ตอบปฏิเสธไป โดยขออยู่อย่างโดดเดี่ยว และ ขึ้นตรงต่อไลออนส์สากล และ ทางไลออนส์ภาค 308 ( มาเลเซีย – สิงคโปร์ ) ก็ได้เชื้อเชิญให้ไปร่วมอยู่ในสังกัดภาคเดียวกันอีก ก็ได้รับการตอบปฏิเสธไปอย่างนุ่มนวลด้วยเหตุผลเดียวกัน จนกระทั่ง พ.ศ. 2507 ไลออนส์ในประเทศไทยได้เริ่มสโมสรที่สองขึ้น คือ สโมสรไลออนส์ชลยุรี และ ในปีต่อ ๆ มาก็ได้มีสโมสรเพิ่มขึ้นทั้งในกรุงเทพฯ และ ในต่างจังหวัดรวมถึง 8 สโมสร ในระยะระหว่าง พ.ศ. 2509 นั้น ไลออนส์สากลได้ขอให้สโมสรไลออนส์เวียดนามใต้ ซึ่งมีอยู่ 6 สโมสรแล้ว มาร่วมอยู่ในสังกัดประเทศไทย รวมเป็น 14 สโมสร สโมสรไลออนส์ไทยจึงได้รับการแต่งตั้งจากไลออนส์สากลให้เป็นภาค 310 ( ชั่วคราว ) ระหว่างปี พ.ศ. 2509-2511 ไลออน ม.จ.อาชวดิศ ดิศกุล ได้รับการแต่งตั้งจากไลออนส์สากล ให้ทรงดำรงตำแหน่งผู้ว่าการภาค 310 ( ชั่วคราว ) ถึง 2 ปี ติดกัน เนื่องจากในระยะนั้นยังมีสโมสรไม่ครอบ 20 สโมสรเพิ่มขึ้นเป็น 8 สโมสร เมื่อมารวมกันเกิน 20 สโมสร ตามธรรมนูญไลออนส์สากลได้กำหนดให้มีผู้ว่าการภาคฯ ด้วยการเลือกตั้งจากที่ปรุมประจำปี ไลออน ม.จ.อาชวดิศ ดิศกุล ได้รับเลือกตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าการภาคฯ อีก จึงทรงดำรงตำแหน่งผู้ว่าการภาค 310 ถึง 3 สมัย ต่อมาในปี พ.ศ. 2511 สโมสรไลออนส์เวียดนามได้ขอแยกจากเราไปตั้งเป็นภาคของตนเอง ขึ้นเป็นภาค 311 ดังนั้น ภาค 310 ของเราจึงคงมีแต่เฉพาะสโมสรไลออนส์ไทยเท่านั้น แต่ในต้นปี พ.ศ. 2513 เราได้ดำเนินการก่อตั้งสโมสรไลออนส์เวียงจันทน์ แห่งราชอาณาจักรลาวขึ้น ภาค 310 ในระยะนั้นจึงได้รับการขนานนามว่าไลออนส์สากลภาค 310 ( ไทย-ลาว ) แต่หลังจากนั้นมาประมาณ 5 ปีเศษ สโมสรไลออนส์เวียงจันทน์ไม่สามารถประคองตัวอยู่ได้ ภาค 310 เรา จึงได้เสนอให้ไลออนส์สากลตัดสโมสรไลออนส์เวียงจันทร์ออก เราจึงเป็นภาค 310 ที่มีแต่สโมสรไลออนส์ในประเทศไทยล้วน ๆ แต่นั้นมาจนบัดนี้

การขยายตัว  ในปี พ.ศ. 2512 สโมสรไลออนส์ในประเทศไทย ได้จัดให้มีงานฉลองครบรอบ 10 ปี โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนารถ ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ เสด็จพระราชดำเนินเป็นองค์ประธาน ตามคำกราบบังมทูลเชิญของคณะกรรมการจัดงานฯ ขณะนั้นปรากฏว่ามีสโมสรไลออนส์อยู่เพียง 23 สโมสร ในระยะ 10 ปีต่อมา องค์การไลออนส์ในประเทศไทยได้เจิรญก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็วมาก เพราะ ประชาชนทั่วไปได้รู้จัก และ ยอมรับผลงานของสโมสรไลออนส์ ปรากฏว่าในปี พ.ศ. 2522 มีสโมสรไลออนส์เพิ่มขึ้นเป็น 87 สโมสร และ อยู่ในจังหวัดต่าง ๆ ถึง57 จังหวัด มีสมาชิกไลออนส์ทั้งสิ้นประมาณกว่า  5,000 คน นอกจากนั้นยังได้ก่อตั้งสโมสรสำหรับเยาวชน คือ สโมสรลีโอ ( Leo Club ) ขึ้นเป็นครั้งแรกในปี 2515-2516 โดยมีวัตถุประสงค์ที่จะฝึกอบรมเยาวชนให้รู้จักเป็นผู้นำ หาประสบการณ์ และ หาโอกาสที่จะได้ใช้ความรู้ที่ได้ฝึกฝนมารับใช้ชุมชนต่อไป ทั้งนี้โดยมีสโมสรไลออนส์เป็นผู้ก่อตั้งดูแลอุปถัมภ์โดยตลอด ยิ่งกว่านั้น ต่อมาในปี 2518 ไลออนส์สากลยังส่งเสริมให้สโมสรไลออนส์ตั้ง สโมสรไลออนส์สตรี ( Lioness Club ) ขึ้นอีกประเภทหนึ่ง เพื่อสนับสนุนให้สตรีได้ออกประกอบกิจกรรมเคียงบ่าเคียงไหล่กับไลออน และ ให้อยู่ในความอุปถัมภ์ของสโมสรไลออนส์เช่นเดียวกับสโมสรลีโอ จึงได้มีการก่อตั้งสโมสรไลออนส์สตรีขึ้นเป็นครั้งแรกในปี 2519-2520 ทั้งสโมสรลีโอ และ สโมสรไลออนส์สตรีนี้ต่อไป จะทำประโยชน์ให้แก่ท้องถิ่น และ ประเทศชาติอีกเป็นอย่างมาก

การแบ่งการบริหารภาคออกเป็น 2 ภาค  เนื่องจากในปี พ.ศ. 2520 ได้มีจำนวนสโมสรไลออนส์ในประเทศไทยกว่า 70 สโมสร ดังนั้นเพื่อเป็นการแบ่งเบาภาระของผู้ว่าการภาค ซึ่งมีหน้าที่ต้องเยี่ยมเยียนสโมสรไลออนส์ให้ครบทุกสโมสรในหนึ่งปีที่ดำรงตำแหน่ง และ เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายของสโมสรไลออนส์สากลที่กำหนดว่าในภาคหนึ่ง ๆ ให้มีสโมสรไลออนส์อย่างน้อย 35 สโมสร ที่ประชุมใหญ่ประจำปี ภาค 310 ปี 2520-2521 จึงลงมติให้ขออนุมัติไปยังคณะกรรมการอำนวยการสโมสรไลออนส์สากล แยกการบริหารภาค 310 ออกเป็น 2 ภาค คือ ภาค 310 เอ และ ภาค 310 บี แต่คงรวมอยู่ในภาค 310 ตามเดิม ซึ่งเปลี่ยนชื่อเป็น "ภาครวม 310" ซึ่งก็ได้รับการอนุมัติดังนั้น ตั้งแต่ปี 2521-2522 เป็นต้นมา สโมสรไลออนส์ในประเทศไทย จึงมีภาค 310 เอ, ภาค 310 บี และ ภาค รวม 310

การตั้งไลออนส์สตรีภาค  นับตั้งแต่สโมสรไลออนส์สากลได้อนุมัติให้สโมสรไลออนส์ ตั้งสโมสรไลออนส์สตรีขึ้นได้ตั้งแต่ปี 2518 เป็นต้นมา กิจการของไลออนส์สตรีได้เจริญก้าวหน้าขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยมีสโมสรไลออนส์ในประเทศต่าง ๆ ตั้งสโมสรไลออนส์สตรีมากขึ้น เป็นลำดับ ดังนั้นในปี 2523 คณะกรรมการอำนวยการสโมสรไออนส์สากล จึงได้อนุมัติให้มีการจัดตั้ง ไลออนส์สตรีภาค ( Lioness District ) ขึ้นได้ โดยกำหนดว่าไลออนส์สากลภาค ที่จะจัดตั้งไลออนส์สตรีภาคขึ้นได้จะต้องเป็นไลออนส์สตรีภาคขึ้น ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2525 และ ได้รับการรับรองสถานภาพจากสโมสรไลออนส์สากล เมื่อวันที่ 5 มกราคม 2526 โดยให้ชื่อว่า “ไลออนส์สตรีภาค 310 เอ” จัดเป็นไลออนส์สตรีภาคที่ 20 ของโลก ครั้นเมื่อมีจำนวนสโมสรไลออนส์สตรีครบจำนวน 12 สโมสร ในภาค 310 บี แล้ว ก็ได้จัดตั้ง “ไลออนส์สตรีภาค 310-ซี” ขึ้นตามลำดับ

การแบ่งการบริหารภาคออกเป็น 3 ภาค  นับตั้งแต่ปี 2521-2522 เป็นต้นมาสโมสรไลออนส์ของทั้ง 2 ภาค ได้เพิ่มจำนวนขึ้นอีก จนถึงปี 2524-2525 มีจำนวนสโมสรไลออนส์ในภาครวม 310 กว่า 105 สโมสร ซึ่งสามารถจะแยกการบริหารออกได้เป็น 3 ภาค ด้วยเหตุผลเช่นเดียวกันที่กล่าวมาแล้วข้างต้น ดังนั้นในการประชุมใหญ่ประจำปี 2525-2526 ของภาครวมจังหวัดเชียงใหม่ ที่ประชุมใหญ่จึงได้ลงมติให้แยกการบริหารสโมสรไลออนส์ในภาครวม 310 ออกเป็น 3 ภาค คือ ภาค 310 เอ, ภาค 310 บี และ ภาค 310 ซี และ ให้ดำเนินการขออนุมัติไปยังคณะกรรมการอำนวยการสโมสรไลออนส์สากลตามระเบียบ ซึ่งก็ได้รับการอนุมัติเมื่อเดือนตุลาคม จึงมีการเลือกตั้งผู้ว่าการภาคเป็น 3 ภาค และ ภาคทั้ง 3 เริ่มบริหารงานตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2527 เป็นต้นมา เมื่อภาค 310 ได้แยกออกเป็น 2 ภาค และ เป็นภาครวม 310 แล้วการบริหารของภาครวม 310 ก็มีการจัดตั้ง “สภาผู้ว่าการภาครวม”  ( Multiple District Governors Council ) ขึ้น ประกอบกด้วยผู้ว่าการภาคของภาคทั้ง 2 กับมีอดีตผู้ว่าการภาคเพิ่งพ้นหน้าที่เป็นประธานสภาฯ ต่อมาเมื่อแยกออกเป็น 3 ภาค ผู้ว่าการภาคทั้ง 3 คงเป็นสมาชิกของสภาผู้ว่าการภาครวม และ เลือกอดีตผู้ว่าการภาคคนใดคนหนึ่งขึ้นเป็นประธานสภาผู้ว่าการภาครวมด้วย เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2533 การประชุมใหญ่ประจำปีของภาครวมได้มีข้อยุติรับรองการบริหารออกเป็น 5 ภาค เนื่องจากมีสโมสรไลออนส์ทั้งสิ้น 227 สโมสรด้วยกัน และ ในปี 2535 ซึ่งมีการประชุมใหญ่ประจำปี ที่จังหวัดภูเก็ต จึงได้แยกการบริหารสโมสรไลออนส์ในภาครวม 310 ออกเป็น 5 ภาค คือ ภาค 310 เอ, ภาค 310 บี, ภาค 310 ซี, ภาค 310 ดี และ ภาค 310 อี  สำหรับการประชุมใหญ่ประจำปีของภาครวม 310 ครั้งที่ 30 ปี พ.ศ. 2539 เมื่อวันที่ 22-24 มีนาคม 2539 ณ โรงแรมรีเจ้นท์ชะอำ ได้มีข้อมูลยุติรับรองการแบ่งภาคออกเป็น 6 ภาค คือ ภาค 310 เอ1, ภาค 310 เอ2, ภาค 310 บี, ภาค 310 ซี, ภาค 310 ดี และ ภาค 310 อี สโมสรไลออนส์ในภาครวมทั้งสิ้นขณะนี้จำนวน 302 สโมสร

 
 


     
กิจกรรมบริการ ของสโมสรไลออนส์
     

ประธานคณะกรรมการฝ่าย IT


ไลออน ธนกร เผดิมปราชญ์
E-mail : p.thanakorn@gmail.com

เจ้าหน้าที่ภาค


น.ส.บุญทลิกา  ตาลดอน
E-mail : boontalika@hotmail.com

Sponsor

Time

 

Develop By ReadywebDD.com